สอบปลายภาค – พระพุทธศาสนา

บท 1

1.แนวทางการเผยแผ่พระพุทธศาสนา
มีหลักฐานว่าการเผยแผ่ครั้งแรกทำกันในสมัยของพระเจ้าอโศก

1.1แนวทางการเผยแผ่ในสมัยโบราณ
-เผยแผ่โดยกษัตริย์ เช่น พระเจ้าอโศก พระเจ้ากนิษกะ

1.2แนวทางการเผยแผ่ในสมัยปัจจุบัน
-เผยแผ่ตามการอพยพของชาวเอเชียเป็นส่วนใหญ่
-องกรสำคัญต่างๆ เช่น สมาคมมหาโพธิ์ สมาคมบาลีปกรณ์
                หน้าที่  -ใช้สิงตีพิมพ์สื่อต่างๆ
                                – ทำหน้าที่ทางด้านสังคมสงเคราะห์

2การเผยแผ่และการนับถือพระพุทธศาสนาในประเทศต่างๆทั่วโลก

2.1ในทวีปเอเชีย
2.1.1 อินเดีย ก่อตั้งสมาคมมหาโพธิ์ โดยท่านธรรมปาละ ชาวศรีลังกา
2.1.2 เนปาล
,สิกขิม,ภูฏาน – ตอนแรกนับถือนิกายเถรวาท โดยพระเจ้าอโศกมหาราช
                                                -ปัจจุบัน นับถือนิกายมหายาน
2.1.3 ทิเบต – ดินแดนส่วนหนึ่งของประเทศได้ถูกแบ่งแยกออกเป็นสี่นิกาย คือ นิกายยิงมา  ศากยะ  กาคยุปะ  เคลุกปะ
                    – มีพระภิกษุสงฆ์ที่เรียกว่า ลามะ มีองค์ดาลัยลามะเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดปกครอง
2.1.4 จีน – สมัยโบราณนับถือลัทธิขงจื้อและเต๋า
                – ต่อมาพระเจ้า ฮั่นเม่งเต้อาราธนพระเถระชั้นผู้ใหญ่สองรูป คือพระกาศยปมาตังคเถระ พระธรรมรักษเถระ
                – ต่อมาจักรพรรดิหัง ซิว ฉวน  ในสมัยราชวงเซ็ง ได้สั่งให้ทำลายวัดและเผาพระไตรปิฎก สังหารพระภิกษุ
                – เมือจีนเปลี่ยนเป็นระบอบคอมมิวนิสศาสนาได้รับความกระทบกระเทือนมาก หลังจากที่ เหมา เจ๋อ ตุง  ตาย รัฐบาลชุดใหม่ก็ผ่อนปรนการนับถือศาสนาให้กับประชาชนมากขึ้น
2.1.5 เกาหลี สมัยโบราณนับถือศาสนา ชามาน  เมื่อจีนส่งสมณะทูต นามว่าซุนเตา  และภิกษุชาวอินเดียนามมาลานันทะได้มาเผยแผ่ที่เกาหลีจึงทำให้ชาวเกาหลีหันมานับถือและสนใจพระพุทธศาสนา
                – เมื่อราชวงยี่ ขึ้นมามีอำนาจได้สั่งให้ทำลายวัด
นับตั้งแต่พุทธศตวรรษที่สิบหกได้ฟื้นฟูพระพุทธศาสนา มีการแปลพระไตรปิฏกที่มีชื่อเรียกว่า พระไตรปิฏกฉบับ สุง
2.1.6 ญี่ปุ่น
                2.1.6.1 สมัยแรกเข้ามาเผยแผ่ สมัยพระจักพรรตกิมเมอิ  และสมัยเจ้าชายโชโตกุ ( ยุคสัทธรรมไพโรจน์ ) รัชสมัยของพระจักรพรรตโชมุมิกาโด ใช้หลักทศพิธราชธรรม
                2.1.6.2 สมัยปรับปรุงเป็นของชาติเกิดนิกายขึ้นมา 3 นิกาย
                – นิกายโจโด หรือสุขาวดีก่อตั้งโดยท่านเคนกุ
                – นิกายเซน
                – นิกายนิชิเรน ก่อตั้งโดยท่านนิชิเรน
                2.1.6.3 สมัยสืบต่อมีการแย่งชิงอำนาจกันจึงทำให้ศาสนาได้รับการกระทบกระเทือนตามไปด้วย หลังจากสงครามโลกครั้งที่สอง ญี่ปุ่นได้ฟื้นฟูศาสนาชินโตขึ้นมาใหม่

2.2 ทวีปยุโรป ได้เผยแผ่ผ่านทางประเทศกรีซ

2.2.1 อังกฤษ เผยแผ่โดยนายสเปนเซอร์ อาร์ดี  ตีพิมพ์หนังสือชื่อ ศาสนจักรแห่งบูรพาทิศ และนายเซอร์ เอ็ดวิน อาร์โนลด์ เขียนหนังสือเรื่องประทีปแห่งเอเชีย
               
สมาคมที่สำคัญได้แก่ สมาคมบาลีปกรณ์ ได้แปลพระไตรปิฏกเป็นภาษาอังกฤษ และ พุทธสมาคมระหว่างชาติได้ตีพิมหนังสือชื่อ พระพุทธศาสนา
                – ได้มีชาวอังกฤษมาบวชศึกษาปฏิบัติจากหลวงพ่อชา สุพัทโท
                – พระเขม ธัมมโม ศิษย์หลวงพ่อชาได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้น
O.B.E เป็นเกียรติยศ

2.2.2 เยอรมัน
                – ได้ฟื้นฟูศาสนาพุทธโดย ด.ร. คาร์ล ไซเกนสติคเกอร์ และ ด.ร.ยอร์จ กริมม์
                – มักจะกระทำกิจกรมมสำคัญต่างๆที่ศาสนสภาแห่งกรุงเบอร์ลิน

2.2.3 ฝรั่งเศส
                -เผยแผ่โดยนางสาวคอนแสตน ลอนสเบอรี เป็นผู้นำได้จัดตั้งพุทธสมาคม เล ซามี ดูบุดิสเมเผยแผ่หลักธรรมนิกายเถรวาท

2.2.4 โซเวียต มีการจัดตั้งพุทธสมาคมในรุสเซีย ชื่อว่า  บิบลิโอเธคา พุทธิคา 

2.2.5 เนเธอร์แลนด์ เผยแผ่โดยผ่านมาทางพ่อค้าชาวดัตช์ และชาวพื้นเมืองจากประเทศอินโดฯ และศรีลังกา

 

2.3 ทวีปอเมริกาเหนือ  เผยแผ่เข้าสู่ทวีปโดยผ่านทางชาวเอเชียจากประเทศต่างๆ ที่อพยพเข้าไปตั้งถิ่นฐานอยู่ในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา

                2.3.1 สหรัฐอเมริกา มีพระสงฆ์ญี่ปุ่นสังกัดนิกายสุขาวดีไปจาริกยังนครซานฟรานซิสโก
                – ก่อตั้งสมาคมพระพุทธศาสนาแห่งอเมริกา และ สมาคมสหายพระพุทธศาสนา
                – วิธีการเผยแผ่ โดยแสดงปาฐกถาอภิปรายสนทนาธรรม สัมมนาทางวิชาการ จัดอบรมพระพุทธศาสนาภาคฤดูร้อนแก่เยาวชน  แสดง พระธรรมเทศนาทางสถานีวิทยุและออกวารสารชื่อนวสูตร และบัวทอง

                2.3.2 แคนาดา เริ่มแรกมีชาวเอเชียจากประเทศต่างๆเดินทางเข้าไปทำมาหากินในแคนาดาก่อน

 2.4 ทวีปอเมริกาใต้

                2.4.1 บราซิล เผยแผ่โดยชาวเอเชียจากประเทศ จีน เกาหลี และ ญี่ปุ่น 
                2.4.2 ประเทศอื่นๆ การนับถือพระพุทธศาสนายังอยู่อยู่ในขอบเขตที่จำกัด และต้องใช้เวลาอีกนับสิบๆปีถึงจะทำการเผ่ยแผ่ไปได้ทั่ว

2.5 ทวีปออสเตรเลีย

                2.5.1 ออสเตรเลีย มีการจัดตั้งพุทธสมาคมขึ้น 3 แห่ง และได้ตีพิมพ์วรสาร”ข่าวพระพุทธศาสนา” และพิมพ์หนังสือชื่อ “รวมพุทธพจน์” ช่วยแผ่ยแผ่เพื่อให้นับถือการอย่างแพร่หลาย
                2.5.2 นิวซีแลนด์ เผยแผ่โดย พระภิกษุชาว อังกฤษ ทิเบต และญี่ปุ่น

2.6 ทวีปแอฟริกา

                2.6.1 อียิปต์ เผยแผ่โดยชาวพุทธจากญี่ปุ่น เกหลี ไทย ศรีลังกา อินเดีย เดินทางเข้าไปทำงาน ศึกษา ท่องเที่ยว
                2.6.2 เคนย่า เผยแผ่โดยชาวพุทธอินเดีย และศรีลังกา ที่เดินทางข้าไปทำงานในไร่การเกษตรของชาวอังกฤษ

3.ความสำคัญของพระพุทธศาสนา
                3.1 พระพุทธศาสนาในฐานะที่สร้างสรรค์อารยธรรมของโลก
                                อารยธรรม คือ พัฒนาการของวัฒนธรรมที่เจริญถึงขีดสุด
                3.1.1 การปกครอง
                                3.1.1.1 ระบอบประชาธิปไตย์ พระพุทธศาสนาได้เสนอหลักคำสอน ที่เน้นให้ผู้ปกครองมีคุณธรรมในการเป็นผู้นำที่ดี เพราะถ้าผู้นำมีคุณธรรมแล้ว ก็จะปกครองประเทศโดยยุติธรรม

                                                3.1.1.1.1 ทศพิธราชธรรม
                                (1) ทาน คือ การบำเพ็ญตนให้เป็นผู้ให้
                                (2) ศีล คือ ประพฤติกรรมทั้งกาย วาจา (ถือศีล 5 หรือ ศีล 8)
                                (3)ปริจาคะ คือ การยอมเสียสละความสุขส่วนตน
                                (4) อาชชวะ คือ มีความซื่อสัตย์ ซื่อตรง
                                (5) มัททวะ คือ การมีอัธยาศัยไม่เย่อหยิ่ง
                                (6) ตบะ คือ การมีจิตใจเข้มแข็ง
                                (7) อโกทะ คือ ความไม่โกรธ
                                (8) อวิหิงสา คือ การไม่เบียดเบียน
                                (9) ขันติ คือ อดทนต่อความยากลำบากทั้งปวง
                                (10) อวิโรธนะ คือ การประพฤตตนมิให้ผิดไปจากทำนองคลองธรรม

                                                3.1.1.1.2 จักวรรดิวัตร
                                (1) ธรรมาธิปไตย์ คือ การถือหลักการความจริง ความถูกต้อง ความดีงาน และเหตุผลเป็นใหญ่
                                (2) ธรรมิกาลักขา คือ การปกครอง ดูแล ผู้ใต้ปกครองทุกฝ่ายอย่างทั่วถึงให้เขาได้รับการอารักขา คุ้มครอง
                                (3) อธรรมการ คือ มีมิให้การกระทำที่ไม่เป็นธรรมเกิดขึ้น
                                (4) ธนานุประทาน คือ การนำทรัพย์ไปเฉลี่ยให้ผู้เดือดร้อน
                                (5) สมณพราหมณ์ปริปุจฉา คือ มีที่ปรึกษาที่ทรงคุณวุฒิทั้งทางโลกและทางธรรม

                                3.1.1.2 ระบอบสามัคคีธรรม ใช้หลักอปริหานิยธรรม มีดังนี้
                                                3.1.1.2.1 หมั่นประขุมกันเนืองนิตย์
                                                3.1.1.2.2 พร้อมเพรียงกันประชุม พ้อมเพรียงกันเลิก
                                                3.1.1.2.3 ไม่ตั้งข้อกำหนดตามอำเภอใจ
                                                3.1.1.2.4 เคารพ
                                                3.1.1.2.5 ให้เกียรติกุลสตรี
                                                3.1.1.2.6 เคารพบูชาเจดีย์
                                                3.1.1.2.7 จัดอารักษ์ขาบำรุงคุ้มครอง
                3.1.2 ด้านการจัดระเบียบสังคม
                                3.1.2.1 สถาบันครอบครัว
                                                (1) สามีกับภรรยา
                                                (2) บิดา มารดา กับบุตร
               
                3.1.2.2 สถาบันสังคม
                                                (1) มิตรกับมิตร
                                                (2) นายจ้างกับลูกจ้าง
                                3.1.2.3 สถาบันการศึกษา
                                                (1) ครูกับศิษย์
                                3.1.2.4 สถาบันศาสนา
                                                (1) พระสงฆ์กับประชาชน
                3.1.3 ด้านการสร้างสรรค์อารยธรรมของโลก
                                (1) ด้านจิตใจ
                                (2) ด้านวิชาการ
                                (3) ด้านวัตถุ

3.2 .พระพุทธศาสนาในฐานะที่สร้างความสงบสุขของโลก
                                3.2.1 สอนไม่ให้เบียดเบียน
                                3.2.2 สอนให้มีเมตตา
                                3.2.3 สอนให้มีความเสียสละ
                                3.2.4 สอนให้มีความอดทน
                                3.2.5 สอนให้เป็นคนใจกว้าง
                                3.2.6 สอนให้สร้างความชั่วด้วยความดี

บท 5

1.       หน้าที่ชาวพุทธ

a.       หน้าที่ของพระภิกษุในการปฎิบัติตามหลักพระธรรมวินัย และจริยาวัตรอย่างเหมาะสม

                                                               i.      การศึกษา หมายถึง การเรียนพุทธจวนะ
– สมัยก่อนใช้วิธีท่องจำ คือ มุขปาฐะ

– ต่อมา ประชุมสังคยานา
– ต่อมาศึกษาเล่าเรียน คันถธุระ
 

 

                                                             ii.      การปฏิบัติ (วิปัสสนาธุระ) หน้าที่ปฏิบัติเพื่อเห็นแจ้ง หมายถึง การฝึกอบรมจิตให้เป็นสมาธิ คุณค่าและประโยขน์มี ดังนี้
– สามารถควบคุมกาย วาจา ให้เรียบร้อย
– สามารถฝึกฝนจิตใจตนเอง ให้มีสมาธิ
– ก่อให้เกิดปัญญา

                                                            iii.     

การสั่งสอนและเผยแผ่พระธรรม หมายถึง การทำประโยชน์แก่ขาวบ้าน ด้วยการอนุเคราะห์ช่วยเหลือพระสงฆ์ด้วยปัจจัย 4

                                                               i.      หรืออีกนัยหนึ่งหมายถึง การทำประโยชน์ห้แก่ชาวโลกทั้งมวล

1.       สอนให้เขาละเว้นจากความชั่ว

2.       แนะนำให้ตั้งอยู่ในความดี

3.       อนุเคราะห์ด้วยจิตอันดีงาม หมายถึง แนะนำสั่งสอนด้วยความปรารถนาดี

4.       สอนเขาในสิ่งที่เขาไม่เคยรู้มาก่อน

5.       ชี้แจ้งในสิ่งที่เขาฟังมาแล้วให้แจ่มแจ้งยิ่งขึ้น

6.       บอกทางสวรรค์ให้ หมายถึง ทำหน้าที่เป็นมรรคนายก (ผู้นำทาง)

– การเผยแผ่พระธรรมคำสอน มีความสำคัญ ดังนี้

1.       เป็นการเผยแผ่พระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ให้เป็นที่แผ่หลายทั่วโลก

2.       เป็นการช่วยสืบทอดพระพุทธศาสนา

3.       สร้างความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้อง

4.       ปัญหาสังคมต่างๆ ลดน้อยลง

 

– การปฏิบัติตนตามพุทธปนิทาน 4

                                – พุทธปนิทาน คือ ความตั้งพระทัยของพระพุทธเจ้า พุทธบริษัททั้ง 4 (ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา ) มีคุณสมบัติ ดังนี้

                1.ศึกษาพระธรรมจนมีความรู้แตกฉาน
2.ปฏิบัติตามที่ได้ศึกษามาจนได้บรรลุผลแห้งการปฏิบัติตามความสามารถ
3.มีความสามารถในการถ่ายทอด เผยแผ่ให้คนอื่นได้รู้ตาม
4.กำจัดปรัปวาท (คือ การกล่าวร้าย)

 

การปฏิบัติ มีดังนี้
1.ศึกษาพุทธวจนะ ในพระไตรปิฏกให้เข้าใจ จะต้องปฏิบัติตามหลักพหูสูต ดังนี้
                1.ฟังมาก
                                2.จำได้
                                3.คล่องปาก
                                4.เจนใจ
                                5.นำไปประยุกต์ได้

2.ศึกษาพุทธศาสน จนเป็นพหูสูตแล้ว ต้องนำไปปฏิบัติและได้รับผลจากการปฏิบัติ
3.เรียนรู้ได้ปฏิบัติได้ตามที่รู้
4.คราวได้เกิดปรัปวาท จะต้องรีบแก้ไขทันที

 

1.4การศึกษา เรียนรู้องค์ประกอบของศาสนาเพื่อเผ่ยแผ่
องค์ประกอบ 3 ประการของศาสนา มีดังนี้

1.พระพุทธเจ้า
2.พระธรรม เช่น อิทธิบาท 4 (หลักแห่งความสำเร็จ) พรหมวิหาร 4 ( หลักธรรมที่สอนให้มีเมตตากรุณา)
3.พระสงฆ์

 

1.5 การศึกษา การรวมตัวของชาวพุทธ
1.ชมรม ไม่เสียค่าธรรมเนียม
2.สมาคม
3.องค์การ ผู้แทนของไทยคือ หม่อมเจ้าหญิง พูนพิสมัย ดิสกุล

 

1.6 การปฏิบัติตนเป็นชาวพุทธที่ดี ตามหลักทิศ 6
1.ปฏิบัติตนต่อ ครูอาจารย์
             1.ลุกขึ้นต้อนรับ
             2. ไปหาคอยรับใช้
             3.ใส่ใจเรียน
             4.ปรนนิบัติ
             5.เรียนด้วยความตั้งใจ
 2.การปฏิบัติตตนต่อศิษย์
             1.ฝึกฝยให้เป็นคนดี
             2.สอนให้เข้าใจแจ่มแจ้ง
             3.สอนให้หมด
             4.ยกย่องให้ปรากฏในหมู่คณะ
             5.ได้รับการปกป้องในสิ่งที่ถูกต้องเหมาะสม

1.7 การเข้าค่ายพุทธบุตร บางครั้งเรียก พุทธธรรม
กิจกรรมในการเข้าค่ายพุทธบุตร
1. กิจกรรมเข้าค่ายสัมพันธ์
2.กิจกรรมสร้างความสามัคคี
3.กิจกรรมอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม
4.กิจกรรมสร้างสายสัมพันธ์
5.กิจกรรมปลูกฝั่งคุณธรรม
6.กิจกรรมกตัญญูกตเวที
7.กิจกรรมสร้างภาวะผู้นำ

  การปฏิบัติธรรมในค่ายพุทธบุตร
1.สร้างความเลื่อมใส
2.เพื่อรู้หลักการปฏิบัติธรรม
3.เพื่อสร้างธรรมทายาท

   4.เพื่อปลุกเร้าให้เห็นความสำคัญ

1.8 การเข้าร่วมพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา – เราควรมีความพร้อมทั้งกาย วาจา และใจ
1.ถูกต้องตามหลักศาสนา
2.ประหยัด
3.คำนึงถึงประโยชน์
4.ไม่ขัดกับประเพณีนิยม

1.9 การแสดงพุทธมามะกะ หมายถึง ผู้ที่นับถือพระพุทธเจ้าเป็นของตน คือ นับถือพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง สถานที่ทำพิธีควรเป็นพระอุโบสถ

2.มารยาทชาวพุทธ

                2.1 การปฏิบัติตนต่อพระภิกษุในงานศาสนาพิธีที่บ้าน
             รับรองท่านด้วยอัธยาศัยที่ดี
2.2 การสนทนาและการใช้คำพูดกับพระภิกษุตามฐานะ
             1.ควรพูดจาอย่างไพเราะ
             2.ใช้คำพูดที่เหมาะสม
             3.ไม่พูดล้อเลียนกับพระสงฆ์
             4.พูดกับพระควรพนมมือ
             5.ไม่ชวนท่านพูดคุยในเรื่องที่เหมาะสม
             6.เวลาพูดกับพระสงฆ์ลับหลัง ไม่นินทา
             7.ควรใช้สรรพนามที่เหมาะสม

                2.3 การแต่งกายพิธีต่างๆ
             1.สะอาด
             2.สุภาพ
2.4 การปฏิบัติตนต่อบุคคลที่ควรเคารพ
             1.การยืน
             2.การเดิน
             3. การนั่ง

บท 6

                วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
1.วิสาขบูชา มีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย – รัชกาลที่ 3 ได้มีเทศฯน์ปฐมสมโพธิกฐา – วัยสำคัญสากลนานาชาคิ
2.มาฆบูชา เริ่มตั้งแต่สมัยร.4
3.อาสาฬหบูชา หลักคำสอนที่สำคัญ มัชฌิมาปติปทา
4.วันธรรมสวนะ (วันพระ) หลักการธรรมฟังธรรมที่ควรปฏิบัติ
             1.มีศรัทธาในผู้ที่แสดงธรรม
             2.ไม่ดูหมิ่น
             3.ฟังด้วยความตั้งใจ
             4.นำเอาหลักธรรมไปปฏิบัติ

                พระพุทธองค์ได้แสดงผลของการฟังธรรมไว้ ดังนี้
             1.ได้ความรู้เพิ่มเติม
             2. เป็นการทบทวนความรู้
             3. เป็นการคลายความสงสัย
             4. เป็นการปรับความคิดให้ตรง
             6. เป็นการฝึกอบรมจิต
5.วันเข้าพรรษา มีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย
             – ประเพณีแห่เทียนพรรษา เทียน เรียกว่า เทียนจำนำพรรษา
             – ประเพณีถวายผ้าอาบน้ำสงฆ์ – ถวายในวันเข้าพรรษา นางวิสาขาเป็นผู้ริเริ่ม
6.วันออกพรรษา (วันปวารณา) อาหารที่ตักบาตรเรียกว่า ตักบาตรเทโว
             – ประเพณีทอดกฐิน กฐิน แปลว่า สะดึง
             – ผ้าจำนำพรรษา คือ ผ้าที่พระภิกษุจะได้รับต่อเมื่อจำพรรษา
             – การถอดผ้าป่า
             – ประเพณีงานเทศน์มหาขาติ เรียกสั้นว่า มีเทศน์ คือ เทศน์เวสันดรชาดกนิยมจัดให้มีหลังจากทอดกฐินไปแล้ว ตลอดจนฤดูหนาว

                ศาสนาพิธี แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ งานมงคลและงานอวมงคล

งานทำบุญมงคล/อวมงคล – มีการเลี้ยงพระ  จึงนิยมเรียกว่า การเลี้ยงพระ
ทำบุญงานมงคงทำเพื่อให้เกิดความสุข ความเจริญ
ทำบุญงานอวมงคล ที่เกี่ยวเนื่องกับการตาย นิยมทำกัน 2 อย่าง คือ ทำบุญหน้าศพ และทำบุญอัฐิ

– การเตรียมศาสนพิธี
1.การนิมนต์พระภิกษุ งานมงคล นิมนต์เป็นจำนวนคี่ ไม่ต่ำกว่า 5 รูป ยกเว้นงานมงคลสมรส
                                    งานอวมงคล นิยมนิมนต์มาเป็นจำนวนคู่
2.การเตรียมพระพุทธรูปและเครื่องบูชา เรียกกันสั้นๆว่า โต๊ะหมู่บูชา
3.การวงด้ายสายสิญจน์ สายสิญจน์ แปลว่า สายรดน้ำ
4.การปูอาสนะ นิยมทำกัน 2 วิธี คือ ยกผ้าอาสนะให้สูงขึ้น และปูลาดอาสนะบนพื้นธรรมดา
5.การเตรียมเครื่องรับรอง ให้วางทางด้านขวาของพระรูปนั้น
6.การจุดธูปเทียน เจ้าภาพเป็นคนจุด

– ข้อปฏิบัติในวันเลี้ยงพระ
             -วันเดียว สวดมนต์ก่อนฉัน
             -2 วัน เลี้ยงพระในวันรุ่งขึ้น เตรียมของเหมือนวันสวดมนต์เย็น

                1.การถวายข้าวพระพุทธ การถวายภัตตาหารต้องถวายแก่องค์ประมุข
2.การถวายไทยธรรม – ของที่ควรถวายพระ
3.การกรวดน้ำ – อุทิศส่วนบุญให้แก่คนตาย

                บทที่ 8

ความหมายของพระพุทธศาสนาและเศรษฐกิจพอเพียง
1.1 ความหมายของเศรษฐกิจพอเพียง – เศรษฐกิจที่เลี้ยงตัวเองได้ ยังหมายถึง ว่า รู้จักพอ และพอเพียงสำหรับตน
1.2 ลักษณะของความพอเพียง
 1.พึ่งตนเอง
 2.เดินสายกลาง
 3. ไม่เน้นการแข่งขัน – เศรษฐศาสตร์ใช้กับกระแสหลักเน้นการแข่งขันบริโภคอย่างสูงสุด เพราะการบริโภคนั้น ครนหนึ่งได้ คนหนึ่งจะเสีย

2.พุทธรรมกับเศรษฐกิจพอเพียง
1. สันโดษ หมายถึง ความพอใจในของๆตน มี 3 อย่างคือ
             1.ยถาลาภสันโดษ – ความยินดีที่ได้มาตามชอบธรรม
             2. ยถาพลสันโดษ – ความยินดีตามกำลังที่ตนมีอยู่
             3. ยถาสารุปปสันโดษ – ความยินดีตามสมควรแก่ภาวะความเป็นอยู๋ของสังคม

                2. ความมักน้อย (อัปปิจฉตา) แปลว่า ความต้องการน้อย หรือ ความมักน้อย

 

 

 

Comments
  1. […] 24 / 09 / 2008 – พระพุทธ 1/5/6/8 (คลิก) […]

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s